[short fic knb] kagakise : Sunflower

posted on 15 Nov 2014 18:03 by indiqirl directory Fiction

title : Sunflower

type : short fic knb

rate : PG-15

pairing : kagami taiga x kise ryota

writer : indiqirl

____________________________________________

 

ฉัน…ตกหลุมรักกับผู้ชายบ้าบาสที่ชอบใส่รองเท้ารุ่นจอร์แดนเบอร์ 29.5

 

            “เฮ้ยคิเสะ แกฟังที่ฉันพูดอยู่รึเปล่าวะ”

            “ฮะ? ฟังสิอาโอมิเนจจิ”

            เสียงดังเจี๊ยวจ๊าวตรงมุมหนึ่งของร้านมาจิเบอร์เกอร์มาจากผู้ชายตัวสูงโดดเด่นสองคน คนหนึ่งมีผมสีน้ำเงินเข้ม ผิวสีแทน และใบหน้าคร้ามคมสมชายชวนหลงใหล ‘อาโอมิเนะ ไดกิ’ มีดีกรีเป็นนักบาส NBA ชื่อดัง ส่วนคนที่นั่งตรงข้ามกันคือชายหนุ่มผมสีทองสว่าง ใบหน้าติดสวยและผิวขาวหมดจด ‘คิเสะ เรียวตะ’ นายแบบหน้าสวยที่แผ่ออร่าหล่อเหลาดึงดูดทุกเพศทุกวัยให้ชายตามอง

          มือเรียวขาวยกน้ำอัดลมขึ้นดูด กลอกตาเซ็งๆ กับนิสัยไอ้งั่งของเพื่อนสนิทที่มักถูกเรียกว่า อาโฮ่ “ก็อาโอมิเนจจิงี่เง่าเองนี่ คุโรโกจจิถึงได้หมดความอดทนอ่ะ”

            “อะไรวะ ก็ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันหม้อใส่เท็ตสึก่อนนี่หว่า” มือใหญ่ยกขึ้นขยี้กลุ่มผมสีน้ำเงินตัดสั้นของตนอย่างหงุดหงิด จากหน้าดุๆ อยู่แล้ว พอทำหน้านิ่วคิ้วขมวดยิ่งหน้าเหี้ยมเข้าไปใหญ่...คิเสะ เรียวตะคิดในใจ

            “คุโรโกจจิเป็นครูโรงเรียนอนุบาลนะอาโอมิเนจจิ เป็นธรรมดาที่เขาจะต้องคุยกับผู้ปกครองของเด็ก”

            “แต่ไอ้เวรนั่นมันจ้องเท็ตสึของฉันด้วยสายตาโลมเลียมากๆ เลยนะเว้ย โอ๊ยยย ทำไมฉันไม่ต่อยมันวะ”

            “นายแกล้งปาลูกบาสใส่หัวเขาแล้วยังไม่พอใจอะไรอีก”

            “ฉันไม่ได้แกล้ง แค่หลุดมือ”

            “แล้วใครเขาทำ ‘ลูกชู้ตไร้ฟอร์ม’ หลุดมือใส่หัวผู้ปกครองในตึกเด็กอนุบาลกัน”

            ไม่อยากจะคุยว่าก่อนอาโอมิเนะจะมาปรับทุกข์กับเขาเนี่ย คุโรโกจจิโทร. มาบ่นให้ฟังก่อนตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เล่าเรื่องซะละเอียดยิบ คุโรโกะไม่ใช่คนโกหก ไม่สิ จริงๆ อาโอมิเนะไม่โกหกหรอก แต่พอไม่มีเหตุผล อะไรๆ ก็มั่วไปหมดนั่นแหละ

          ‘อาโอมิเนะคุงทำตัวเสียมารยาทมากครับ ผู้ปกครองคนนั้นใช้สายตาไม่ดีก็จริง… แต่เขาแก้ปัญหาอย่างกับเด็กประถมด้วยการใช้ลูกชู้ตไร้ฟอร์มใส่หัวผู้ปกครองแบบไม่เกรงใจใครเลย ผมล่ะแทบจะลงไปกราบขอขมาฝ่ายนั้นซะให้ได้’

            ฟังแล้วเห็นภาพตอนอาโอมิเนะโค้งกายน้อยๆ แล้วชู้ตจากด้านหลังเลยแฮะ

          สมกับเป็นอาโฮ่มิเนะอย่างที่คากามิจจิชอบเรียกจริงๆ นั่นแหละ…

            “ชิ ฉันทำหลุดมือเบาๆ ทำสำออยโอดครวญให้เท็ตสึปฐมพยาบาลให้ รู้งี้น่าจะเข้าไปกระทืบให้สลบ จะได้ไม่ต้องเล่นละครน้ำเน่ากับคนของฉันก็ดีหรอก ฮึ่ยยย แค้นโว้ยยย”

            “จุๆ เสียงดังไปแล้วอาโอมิเนจจิ” นิ้วเรียวยกขึ้นจรดริมฝีปากเมื่อเสียงทุ้มต่ำนั่นมีแววโวลุ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พอหนุ่มหน้าคมทำเพียงเงียบกอดอก หน้าบึ้งตึงมองออกไปนอกหน้าต่าง นายแบบหนุ่มจึงถอนหายใจยิ้มๆ

            “ฉันเข้าใจอาโอมิเนจจินะ การมีคนอื่นมายุ่งกับคนของเรา ใครๆ ก็ไม่พอใจ อยากจะฆ่ามันให้ตายคาเท้าใช่ไหมล่ะ”

            “เออ”

            “แต่ว่านะ อาโอมิเนจจิ” คิเสะเท้าคาง หลุบตาคู่สวยมองน้ำแข็งที่เริ่มละลายในแก้ว คิดถึงเพื่อนสนิทผมสีท้องฟ้าที่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม “การที่อาโอมิเนจจิไปทำร้ายผู้ปกครอง ก็เท่ากับฉีกหน้าคุโรโกจจินะรู้ไหม”

“…” ดวงตาคมมีแววอ่อนลง คนตัวโตเงียบฟัง คิเสะจึงพูดต่อ

            “ยังไงสุดท้ายคนที่ต้องรับผิดชอบก็คือคุโรโกจจินะ เกิดผู้ปกครองคนนั้นให้รับผิดชอบอะไรแปลกๆ จะทำยังไง คิดดูสิ”

            “…” ใบหน้ามุ่ยๆ ค่อยๆ คลายลงเหมือนเริ่มคิดได้

            “ลองหาวิธีเอาคืนแบบอื่น หรือคิดดีๆ ก่อนจะทำแบบนี้ดีกว่าไหม”

            “…นั่นสินะ”

            “คิดได้ก็ดีแล้วล่ะ งั้น อย่างแรกนายจะทำอะไรดีล่ะ”  ริมฝีปากบางสีเรื่อแย้มรอยยิ้มบางๆ ยามถามคนตรงข้ามทั้งที่ในใจรู้คำตอบอยู่แล้ว

            “…ไปขอโทษเท็ตสึ” อาโอมิเนะทำปากยื่น แก้มขึ้นสีน้อยๆ เมื่อคิดได้ว่าตัวเองนี่มันงี่เง่าเป็นบ้า

            “ดีมาก” คิเสะเอ่ยกลั้วหัวเราะ อาโอมิเนะเป็นแบบนี้เสมอ เป็นพวกสมองช้า เข้าใจอะไรยาก แต่เวลาเข้าใจอะไรง่ายๆ ก็ง่ายเสียจนน่าตกใจ นายแบบหนุ่มคิดขำๆ ขณะยกแก้วขึ้นดูดน้ำจนหมดเมื่อนึกได้ว่าการสนทนาคงจะจบแล้ว

            “นี่ คิเสะ”

            “หือ?” ยังไม่จบอีกเรอะ

            “มะรืนนี้ว่างป่ะ จะชวนไปเลือกซื้อของขวัญขอโทษให้เท็ตสึ”

            ใบหน้าคมติดสวยฉายแววครุ่นคิด ในหัวมีภาพตารางงานที่มักจะแน่นเอี๊ยดลอยขึ้นมา “โทษที ไม่ว่างอ่ะ มีไปถ่ายแบบที่อเมริกา”

            “เหยยย เดี๋ยวนี้โกอินเตอร์แล้วเหรอวะ ไม่ธรรมดา” เสียงทุ้มต่ำแซวยิ้มๆ หัวเราะเมื่อเห็นพวงแก้มขาวเปลี่ยนสี คิเสะก็เป็นซะแบบนี้ รู้สึกยังไงก็แสดงออกอย่างนั้น เป็นคนตรงๆ และน่ารักแบบนี้แหละ ถึงอยู่ในวงการได้นานจวบจนปัจจุบัน

            “บ้า ก็ทีมงานญี่ปุ่นนี่แหละ แค่เปลี่ยนโลเกชั่นเท่านั้นเอง”

            “งั้นไม่เป็นไร เดินทางปลอดภัยแล้วกัน ช่วยได้มากแล้ว ใจเว้ย” ร่างสูงทำท่าจะลุกขึ้น คงจะเดินจากไปแล้วหากไม่ได้ยินเสียงสดใสเรียกไว้

            “ทำไมไม่ชวนคากามิจจิดูล่ะ รายนั้นก็รู้นะว่าคุโรโกจจิชอบของแบบไหน”

            “ช่วงนี้มันไปเยี่ยมพ่อที่อเมริกาอ่ะดิ อ้าว นึกว่านายรู้แล้วซะอีก”

            “ฮะ? เอ่อ ไม่อ่ะ สงสัยไม่ได้เช็คเมลล์ อืมๆๆ ก็ดี เผื่อฉันจะไปหาคากามิจจิบ้าง ไม่ได้เจอกันนานแล้วเหมือนกัน”

            “อืม ฝากทักทายหมอนั่นด้วยล่ะ วันนั้นถ้าว่างจะพาเท็ตสึไปส่งที่สนามบินนะ ฉันไปล่ะ” ชายหนุ่มโบกมือเมื่อเพื่อนโบกมือก่อน หลังจากนั้นก็หยิบเสื้อโค้ตตัวโปรดมาสวมก่อนจะเดินออกไป

            ดวงตาคมหวานสีทองรับภาพร่างสูงใหญ่ในเสื้อโค้ตสีเข้มจนลับตา ประกายสดใสหม่นแสนลงยามจมตัวเองสู่ภวังค์

            สมัยมัธยมต้นที่ชีวิตน่าเบื่อหน่าย เขาตกหลุมรักบาสเกตบอลจากอาโอมิเนะ ทว่าพอเวลาผ่านไป คิเสะก็ตระหนักได้ว่าตนนั้นไม่ได้รักเพียงบาสเกตบอล แต่เขาตกหลุมรักรอยยิ้มสดใสของคนเล่นอย่างถอนตัวไม่ขึ้นต่างหาก แม้ว่าหลังจากนั้นรอยยิ้มที่เขาชอบจะค่อยๆ เลือนหายไปเพราะความสิ้นหวังในสิ่งที่รักก็ตาม คิเสะก็ยังคงชอบอาโอมิเนะอยู่ดี

            พอขึ้นมัธยมปลาย ได้เผชิญหน้ากับอีกฝ่ายในฐานะเอสของทีม อีกฝ่ายยังเก่งมากเหมือนเดิมและเอื้อมถึงไม่ได้เหมือนเดิม แม้คิเสะจะประกาศไปว่าจะเลิกตามอาโอมิเนะ แต่ลึกๆ ในใจของเขาก็ยังคงถวิลหารอยยิ้มของอีกฝ่ายมาตลอด

            คิเสะได้เห็นรอยยิ้มของอาโอมิเนะยามเล่นบาสอีกครั้งเพราะเซย์ริน…เพราะคุโรโกะ เท็ตสึยะ

            คู่แสงเงาที่เป็นมาตั้งแต่อดีต พวกเขาตัวติดกันและห่างกันไปในช่วงที่อาโอมิเนะสิ้นหวังจากบาสเกตบอล แต่แล้วก็กลับมาสนุกกับมันอีกครั้งเพราะคนที่เร้นกายอยู่ในเงามาตลอด…หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็กลับมาคุยกัน สนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ อีกครั้ง

            เวลาผ่านไปไม่นาน รู้อีกที ทั้งคู่ก็คบกันไปแล้ว

            คิเสะไม่โทษใครในเรื่องนี้ เขาอยากเห็นรอยยิ้มอีกฝ่ายแต่ก็แทบจะไม่ได้ทำอะไร…เขาอยากจะชนะ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้…เขาอิจฉาคุโรโกจจิที่ได้ยืนเคียงข้างคนคนนั้น อิจฉาที่ได้ยืนอยู่ในที่ที่เขาไม่เคยได้ยืน ไม่แม้แต่จะมีโอกาสได้ยืนด้วยซ้ำ แต่เพราะรักเพื่อนตัวเล็กคนนี้มากเหลือเกิน…เขาเลยเลือกที่จะถอยออกมา เวลาค่อยๆ ทำให้ความเจ็บปวดลดทอนลง จนปัจจุบันนี้ทุกคนเติบโตขึ้น มีเหตุผลมากขึ้น คิเสะเองก็เช่นกัน ความเป็นผู้ใหญ่ทำให้เขาคิดว่าเขาหยุดรักอีกฝ่ายได้แล้ว

            แต่ความเหงาและหัวใจที่ด้านชานั้นก็ยังคงเป็นของจริง…และคงไม่มีทางเปลี่ยนแปลง

            คิเสะดีใจที่เขาสามารถมองต้นรักที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากการประคับประคองของอาโอมิเนะและคุโรโกะได้อย่างไม่รู้สึกอะไร ชีวิตปัจจุบันนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากเดิมเท่าไหร่เพราะรุ่นปาฏิหาริย์และคนอื่นๆ ก็ยังคงติดต่อกัน นัดกันเล่นสตรีทบาสในบางเวลา คุโรโกะเป็นครูอนุบาลตามที่ตัวเองเคยเขียนไว้ในใบแนะแนว อาโอมิเนะไม่ได้เป็นตำรวจอย่างที่คิด แต่การเป็นนักบาสคงเหมาะสมกับเจ้าตัวที่สุดแล้ว มิโดริมะเป็นแพทย์หนุ่มและทำงานที่โรงพยาบาลของครอบครัวดังคาด มุราซากิบาระก็ทำงานที่ร้านขนมโดยมีที่ปรึกษาเป็นพี่ชายต่างสายเลือดของคากามิ สุดท้ายอาคาชิ…รายนั้นไม่ได้เป็นนักเล่นโชงิ แต่เป็นประธานบริษัทที่รับสืบทอดมาจากครอบครัว กิจการเครืออาคาชิกรุ๊ปมีเยอะมากโดยเฉพาะโรงแรมที่ขยายสาขาไปทั่วญี่ปุ่น แต่ถึงอย่างนั้น ท่านประธานก็ยังคงสามารถเจียดเวลามาเล่นสตรีทบาสได้หลายครั้ง …นับเป็นประกาศิตอย่างที่เจ้าตัวชอบเอ่ยบ่อยๆ

            อา ลืมพูดถึงคากามิจจิไปเลย

            คากามิเรียนที่ญี่ปุ่นจนจบมหาวิทยาลัยและเป็นนักบาสเช่นเดียวกันกับอาโอมิเนะ เห็นเคยเกริ่นๆ ไว้ว่าอะไรๆ ลงตัวเมื่อไหร่คงย้ายไปอยู่อเมริกากับบิดาเพราะสุขภาพท่านไม่ค่อยจะดีนัก แถมช่วงหลังๆ มีแข่งตลอด เจ้าตัวเลยเทียวไปเทียวมา บินไปนู่นไปนี่ไม่ขาด คิเสะจึงแทบไม่ได้เจอคากามิเลย

            “จะได้เจอแล้วเหรอเนี่ย คากามิจจิจะสบายดีไหมนะ…” คิเสะพึมพำ นายแบบหนุ่มลุกขึ้น ขยับแว่นที่ใช้พรางใบหน้าตน หยิบเสื้อโค้ตแล้วเดินออกจากร้าน

            ไปอเมริกาอาจจะดีก็ได้ ได้พักผ่อน สงบจิตสงบใจบ้าง…

 

            “คะ…คากามิจจิ!?”

            “ไง คิเสะ ไม่เจอกันนานเลยนะ”

            เรื่องน่าเหลือเชื่อเกิดขึ้นเมื่อคิเสะได้พบกับคากามิที่สนามบิน นี่ก็ดึกมากแล้วแท้ๆ! นัยน์ตาสีทองมองอึ้งๆ ยามรับภาพชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผมสีแดงเพลิง อีกฝ่ายแทบไม่เปลี่ยนอะไรเลยนอกเสียจากบุคลิกที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ดวงตาสีแดงที่เคยคึกคะนอง ระยิบระยับอย่างวัยรุ่นที่เคยเป็นถูกแทนที่ด้วยดวงตาคมๆ ดูหนักแน่นจริงจังแม้จะเจือแววดื้อนิดๆ ก็ตาม ที่สำคัญ…ดูมีเสน่ห์ ร้อนแรงและเซ็กซี่ขึ้นนิดๆ ด้วย

            “ทำไมถึงรู้ว่าฉันจะมาล่ะ ขนาดแฟนคลับยังไม่รู้เลย!” คิเสะพูดด้วยน้ำเสียงสดใสปนประหลาดใจ เข้าไปมองอีกฝ่ายใกล้ๆ อย่างสำรวจจนคนตัวสูงหัวเราะ

            “อาโอมิเนะไลน์มาบอกน่ะสิ” คากามิบอกกลั้วหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางร่าเริงของนายแบบหนุ่ม แม้จะดึกดื่นแล้วแต่อีกฝ่ายก็ยังคงสดใสเหมือนตอนกลางวันไม่มีผิด “ส่งกระเป๋ามาสิ เดี๋ยวช่วยถือ”

            “เฮ้ย ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนะ ไม่ต้องๆ”

            “ไรวะ เพื่อนกันน่ะ ฮ่าๆ ฉันเป็นนักกีฬานะ สงสารนายแบบตัวเล็กๆ”

            “ใครตัวเล็ก ฉันมีกล้ามเหมือนกันนะ ถ่ายแบบชุดว่ายน้ำก็ถ่ายมาแล้ว!” นายแบบหนุ่มหน้ามุ่ยไม่จริงจังนัก รู้ว่าคนตรงหน้าแค่หยอกเอินเท่านั้นแหละ

            “เห็นละๆ ฉบับที่เพิ่งออกมาไม่นานใช่ไหม ฉันซื้อมาดูด้วยนะ ท่าโพสต์นายนี่มัน…”

            “มัน?”

            “ยั่วมาก แบบนายนี่โฮโมชอบมากแน่ๆ โดยเฉพาะที่นี่ ฮ่าๆๆๆ” คากามิหัวเราะร่าเมื่อเห็นคนผมทองอ้าปากพะงาบๆ อาศัยจังหวะคนผิวขาวกว่าเผลอ ฉวยกระเป๋ามาไว้ในมือ “ฉันจะทำให้เสน่ห์นายต่อเพศเดียวกันลดลงโดยการลดกล้ามนาย ให้ฉันถือเถอะน่า นายก็ถืออีกใบอยู่แล้วนี่”

            “ขอบคุณมาก” คิเสะประชด ไม่คิดว่าคนคนนี้โตขึ้นจะร้ายกาจได้ขนาดนี้!

            “ไม่เป็นไรหรอก” คากามิว่ายิ้มๆ ไม่ถือสาคำประชดประชันจากคนข้างกาย แล้วพูดต่อ “แล้วนี่ได้ที่พักรึยัง”

            “เห็นว่าทีมงานกำลังจะหาจองอยู่นะ”

            “หือ งั้นนายมาพักกับฉันก่อนไหมล่ะ อยู่ไม่ไกลมาก นี่ก็ดึกมากแล้ว เดินทางมาเหนื่อยๆ ด้วย”

            “เอ้ย ไม่เอาๆ รบกวนคากามิจจิเปล่าๆ ฉันไม่ได้เหนื่อยมากหรอก ชินแล้ว”

            “ไม่รบกวนน่า กะจะชวนคุยตั้งหลายอย่าง ไม่เจอกันนาน อยากรู้เรื่องเจ้าพวกนั้นด้วย”

            คิเสะมีสีหน้าครุ่นคิด “งั้นก็ได้ เดี๋ยวฉันไปบอกทีมงานก่อนนะ”

            “ได้” คากามิยิ้มมองคนผมทองวิ่งเหยาะๆ ไปหาทีมงาน คิเสะพูดกับทีมงานด้วยสีหน้ายิ้มๆ ปนเกรงใจ มือก็จดอะไรยิกๆ ในสมุดโน้ตสีเหลือง คุยกับทุกคนเสร็จด้วยรอยยิ้มก็ทำให้คากามิรู้แล้วว่าฝ่ายทีมงานไม่ได้มีปัญหาอะไร นักบาสหนุ่มโค้งให้กลุ่มทีมงานเป็นเชิงรับคำเมื่อฝ่ายนั้นมองมาเหมือนจะฝากคิเสะไว้กับตน

            “พรุ่งนี้ตอนสิบโมงฉันต้องไปที่นี่ ทีมงานนัดไว้ คากามิจจิว่างพาไปไหมอ่ะ” มือเรียวขาวยื่นสมุดโน้ตเปิดหน้าที่อยู่โลเกชั่นที่จะถ่ายแบบ คิเสะเพิ่งมาอเมริกาครั้งแรก ภาษาอังกฤษก็งูๆ ปลาๆ เลยไม่รู้ว่าจะไปยังไง

            ดวงตาคมสีเพลิงกวาดมองลายมือน่ารักที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นของผู้ชาย “อ่อที่นี่เอง ได้อยู่แล้ว ฉันว่างน่ะ อยู่ในช่วงพักร้อนเลยมาหาพ่อเฉยๆ แต่เขาทำงานน