[short fic knb] kagakuro : รอ

posted on 11 Jan 2015 21:15 by indiqirl directory Fiction

title : รอ

type : short fic knb

rate : PG-13

pairing : kagami taiga x kuroko tetsuya

writer : indiqirl

note : ฟิคชั่ววูบค่ะ พล็อตที่มียังไม่เอามาใช้ เขียนตามอารมณ์เฉย #กุมขมับ แนวดราม่านิดๆ เพ้อหน่อยๆ ค่ะ กลิ่นอายแฟนตาซี การกลับชาติมาเกิดใหม่ ใครไม่ชอบแนวนี้ก็ขออภัยนะคะ แต่อยากเขียนดูจริงๆ ๕๕๕๕

____________________________________________

 

กลีบดอกไม้สีชมพู กำลังปลิวร่วงโรยรา

ฉันประสานมือกับคนคนหนึ่งแน่น

มือนั่นคือมือของนาย

Sakura – Fujita Maiko

 

            เราพบกันครั้งแรกในความฝัน…

            เป็นความฝันที่ปกคลุมไปด้วยหมอกในยามแรก หากเดินฝ่าหมอกเหล่านั้นเข้าไป ก็จะพบทุ่งดอกคามิเลียสีขาวบริสุทธิ์แซมไปกับใบไม้สีเข้มตัดกับท้องฟ้าสีนวลสุดลูกหูลูกตา คุโรโกะมักจะหยุดยืนสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ของธรรมชาติและปล่อยให้ผิวกายถูกโอบล้อมด้วยสายลมอันอ่อนโยน ปล่อยให้โสตรับฟังเสียงใบไม้เสียดสีกัน ปล่อยหัวใจให้ล่องลอยกับความเงียบงันไม่สิ้นสุด…

            อาจจะเป็นจิตสำนึกอันลึกล้ำที่ทำให้คุโรโกะฝันเช่นนี้ เขาเคยรู้สึกสงบและมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นทิวทัศน์นี้ บางครั้งก็จะพกหนังสือเข้ามานอนอ่านบนทุ่งดอกไม้ เป็นเช่นนั้นนับสิบกว่าปีจนย่างก้าวสู่วัยสิบหก

            แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย มีหมอกสีขาวตามทางเดินเช่นเดิม เมื่อเดินฝ่ากลุ่มหมอกเข้ามาก็จะพบทุ่งดอกคามิเลียสีขาว ทิวทัศน์ยังคงเหมือนเดิม หากแต่วันหนึ่ง คุโรโกะได้พบบุรุษไม่คุ้นตายืนหันหลังให้ อีกฝ่ายมีเรือนผมสีแดงสด ตัวสูงใหญ่ดูแข็งแรงภายใต้ยูกาตะสีเข้มไม่เรียบร้อยมากนัก ใบหน้าคมดุ กลิ่นอายราวกับสัตว์ป่าแต่กลับมีรอยยิ้มสดใสดั่งดวงตะวัน

            ตอนแรกนึกว่าเป็นเพียงฝันตื่นหนึ่ง คืนต่อมาบุรุษผู้นั้นก็จะหายไป

            แต่ไม่ใช่…ทุกๆ คืน เขาจะพบกับบุรุษคนเดิม ผู้มีใบหน้าเดิม ต่างออกไปคืออาภรณ์ที่สวมใส่

            ฝ่ายนั้นบอกว่าเขาฝันเห็นทุ่งดอกคามิเลียมานับสิบกว่าปี จนกระทั่งอายุสิบหกเช่นเดียวกันถึงได้มาพบกับเขา

            ทั้งสองมีนิสัยตรงกันข้ามทุกๆ ด้าน… อีกฝ่ายเป็นคนอารมณ์ร้อนและขี้โวยวาย แต่แท้จริงแล้วภายในกลับอ่อนโยนกว่าที่คิด ตรงข้ามกับเขาที่มักจะนิ่งเงียบและภายในมักจะคิดนู่นนี่อยู่ตลอดเวลา งานอดิเรก การใช้ชีวิต หรือของที่ชอบ...ไม่มีสิ่งใดเลยที่เหมือนกัน

            มักจะพูดคุย… ทั้งคู่มักจะพูดคุยกัน และหากนึกอะไรไม่ออกก็จะเกิดความเงียบขึ้น…แต่หาใช่ความเงียบชวนอึดอัดไม่ เป็นความเงียบที่อบอุ่นอย่างประหลาด

            ยามคุยเรื่องทุกข์ เขาก็จะสดชื่นขึ้นเพียงคำพูดปลอบโยนไม่กี่คำของอีกฝ่าย เคยเสียน้ำตาง่ายๆ เพียงเพราะทะเลาะกันด้วยคำไม่กี่คำ เคยโมโหตนเองที่ให้อภัยกันและกันได้ง่ายดายเหลือเกิน ยามมีความสุขก็จะร่วมแชร์ให้อีกฝ่ายรับรู้และมักจะยิ้มตามเมื่ออีกฝ่ายยิ้ม

            จากที่เคยมีความสุขเล็กๆ กับทิวทัศน์อันสวยงามอยู่คนเดียว จู่ๆ ก็ถูกเติมเต็มและได้รู้จักความสุขยิ่งกว่านั้นเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามา จากที่เคยพอใจจะอยู่คนเดียวกลับพอใจยิ่งกว่าเมื่อมีอีกคนอยู่ข้างๆ จากคนที่เคยแปลกหน้ากลายเป็นคนที่รู้จักกันในทุกๆ ด้าน จากที่เคยคิดว่าแค่มีใครสักคน…ได้แปรเปลี่ยนเป็นต้องเป็นคนคนนี้เท่านั้น 

            จากที่เคยโอบกอดตัวเอง…เป็นโอบกอดอีกคน

            จากที่เคยคิดว่าสายลมนั้นอ่อนโยน…เป็นหนาวเหน็บเหลือเกินหากขาดกันไป

            จากเพื่อน…เป็นคนรัก

            ใกล้ชิดจนตัดสินใจมาสร้างบ้านเล็กๆ อยู่ด้วยกัน ความสัมพันธ์เป็นเช่นนั้น…แม้จะไม่มีใครพูด แต่ทั้งสองก็รู้ว่าที่อยู่ด้วยกันนั้น อยู่ด้วยกันเพราะความรู้สึกแบบไหน กอดกันด้วยความรู้สึกแบบไหน จูบกันด้วยความรู้สึกแบบไหน…

            แต่…พวกเขากลับไม่เคยรู้เลยว่าอีกฝ่ายนั้นมีนามว่าอย่างไร

            ไม่รู้เลยว่าความเป็นจริงอีกฝ่ายเป็นอย่างไร

            เพราะต่างฝ่ายต่างพบกันเพียงเฉพาะเวลาที่ฝันเท่านั้น…

            ดำเนินเรื่อยมาสามเดือน

            “นี่” เสียงห้าวลึกดังขึ้นเพื่อเปิดหัวข้อสนทนา

            “ครับ?” นัยน์ตาสีฟ้าปรือขึ้นมองเจ้าของแผ่นอกแกร่งที่ตัวเขากำลังซบ

            “ข้ารู้สึกว่าทุกวันนี้มันไม่เพียงพอ”

            “เพียงพอ?”

            “ข้าไม่อยากพบกับเจ้าอีกแล้ว” ร่างสูงพลิกกายขึ้นนอนตะแคง ใช้แขนแกร่งให้ศีรษะทุยนอนหนุน นัยน์ตาสีเพลิงเข้มฉายแววมุ่งมั่นลึกล้ำ “ไม่อยากพบเจ้าแค่ในความฝันอีกแล้ว”

            เจ้าของเรือนผมสีแดงก้มลงประทับริมฝีปากบนกลีบปากนุ่ม ฝ่ายนั้นบอกว่าพรุ่งนี้เขาจะไม่มาหาคุโรโกะอีกแล้ว จะไม่มาอยู่ด้วยอีกแล้ว เพราะเขาจะตามหาคุโรโกะ ตามหาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ตามหาจนกว่าจะเจอ ตามหาจนกว่าจะอยู่ด้วยกันได้ในโลกความจริง

            “ถ้างั้น…ก่อนจะจากกัน ข้าอยากรู้ชื่อของท่านครับ”

            นั่นเป็นเงื่อนไขต่อรองก่อนแสงแรกจะจับฟ้า นัยน์ตาคู่สวยกลมโตสบกับนัยน์ตาคมกริบ คนตรงหน้าแย้มรอยยิ้มขำๆ แซวว่าจะมาอยากรู้อะไรเอาป่านนี้ แต่เมื่อเห็นเขาทำหน้าจริงจัง อีกฝ่ายจึงเลิกขำ มือใหญ่เอื้อมมาลูบเรือนผมสีฟ้าอย่างรักใคร่ ส่งรอยยิ้มอ่อนๆ มาพร้อมกับเสียงห้าวลึกของตน

            “คากามิ…คากามิ ไทกะ”

 

            โลกของความเป็นจริงดำเนินไปอย่างเฉื่อยชา เป็นจริงดังว่า คากามิไม่ปรากฏตัวอีกแล้วในทุ่งดอกคามิเลีย มีเพียงตัวเขาที่ยืนหนาวเหน็บกอดตัวเองกลางสายลม บ้านหลังเล็กๆ ที่สร้างขึ้นในความฝัน กลายเป็นบ้านที่ใหญ่เกินไปสำหรับคนคนเดียว มันยากเหลือเกินที่จะชินกับความว้าเหว่ที่เกิดขึ้นเกาะกุมจิตใจ

            คุโรโกะ เท็ตสึยะ เป็นเพียงลูกของบัณฑิตคนหนึ่ง ทุกๆ วันของเขามีเพียงการร่ำเรียนและช่วยครอบครัวทำมาหากิน

            การรอคอยยังคงดำเนินต่อไป

            หากแต่ทุกสิ่งมีจุดเริ่มและสิ้นสุด…

            ดวงอาทิตย์อันแข็งแกร่งยังมีวันดับ คคนางค์สีฟ้ายังมีโอกาสแปรเปลี่ยนเป็นสีดำยามราตรี ความทุกข์มีวันจบ น้ำตามีวันหยุดไหล การรอคอยเองก็มีวันสิ้นสุดเช่นกัน

            เช้าวันหนึ่งในรอบห้าปี คากามิ ไทกะ ได้ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าบ้านเขาท่ามกลางกลีบซากุระสีชมพูที่ร่วงโรยราตามสายลม คุโรโกะแทบไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายเป็นซามูไรที่รัฐบาลให้ความไว้วางใจ การรอคอยอันยาวนานทำให้เขากลัวว่าเขาคงจะบ้าฝันถึงคนตรงหน้าไปเอง แต่เปล่า ความทรงจำทุกๆ เรื่องที่เคยทำร่วมกันในทุ่งดอกคามิเลีย คากามิจำได้ทุกอย่าง และนั่นเป็นการบอกว่า การรอคอยของคุโรโกะได้จบลงแล้ววันนี้

 

            พวกเขาย้ายไปอยู่ด้วยกัน ใช้เวลาร่วมกันเหมือนในความฝัน ที่ต่างออกไปคงเป็นเพราะของตรงหน้าเป็นของจริง บุรุษตรงหน้าคือร่างเนื้อที่เขาสัมผัสได้จริงๆ ไออุ่นเบื้องหน้านั้นเป็นของที่มีอยู่จริง

            คุโรโกะชอบ…เวลาคากามิจุมพิตที่หน้าผากก่อนจะออกไปทำงาน เขารู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ล้ำค่าที่สุด ยิ่งกว่าตอนที่จุมพิตลึกซึ้งบนริมฝีปาก ยิ่งกว่าตอนสัมผัสกันและกันด้วยแรงปรารถนา มันอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกทั้งหมดเหนือสิ่งอื่นใด

            ส่วนสิ่งที่คากามิชอบ…คงจะเป็นตอนที่คุโรโกะใช้มือเล็กๆ นุ่มๆ มาสัมผัสบนใบหน้าล่ะมั้ง… ยามที่แก้มสากระคายได้รับสัมผัสนุ่มนวล ยามที่ใช้จมูกสูดกลิ่นกายหอมวนิลาอ่อนๆ จากมือนั้น เหมือนเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเขายังมีชีวิตอยู่โดยมีร่างเล็กกว่าตรงหน้าคอยอยู่เคียงข้าง

            “ไปก่อนนะ”

            “ไปดีมาดีนะครับ”

            คำอวยพรยามออกไปและคำยินดีต้อนรับกลับบ้านกลายเป็นเรื่องปกติของคนทั้งคู่

            คากามิทำงานด้วยความซื่อสัตย์และเต็มความสามารถ ความดีความชอบทำให้ชายหนุ่มได้เลื่อนขั้นขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ทรัพย์สินก็มากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน เป็นเช่นนั้นมาสามปี

            การมีคนรักย่อมมีคนเกลียด

            การมีคนยินดีย่อมมีคนริษยา

            ช่วงหลังๆ มีข่าวการใส่ร้ายป้ายสีคากามิประดังประเดมาเรื่อยๆ แต่ชายหนุ่มก็จัดการมันมาได้โดยตลอด เบื้องหลังมีคุโรโกะคอยสนับสนุนและให้กำลังใจ แต่การต้องจัดการกับอะไรหลายๆ อย่างทำให้ชายหนุ่มเหนื่อยและอยากพักผ่อน

            “ไปเที่ยวกันเถอะ”

            เป็นคำชวนที่คากามิโพล่งขึ้นขณะรับประทานข้าวเย็น

ใบหน้านวลละจากชามข้าวตรงหน้า

“เที่ยว?” นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววสงสัย “แล้วงานล่ะครับ”

            “ไม่เป็นไร ข้าทำเรื่องมาได้สุกพักแล้ว หยุดได้สามวันน่ะ เพิ่งได้รับอนุญาตวันนี้” มือใหญ่เลื่อนมากอบกุมมือน้อย “ไปเที่ยวกับข้านะ คุโรโกะ”

            คนถูกชวนแย้มรอยยิ้มหวานบางๆ

            “ครับ”

 

            คากามิพาคุโรโกะมาเที่ยวในชนบทแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีทุ่งดอกคามิเลียสีขาว อากาศดีและสงบเหมือนกับความฝันไม่ผิดเพี้ยน แม้ว่าบ้านที่พวกเขามาพักจะใหญ่กว่าในฝันมาก ซึ่งคากามิก็เฉลยในภายหลังว่าเขาเพิ่งปลูกได้ไม่นานจากเงินที่ได้รับมา คิดว่ายังไงบรรยากาศเช่นนี้ก็เหมือนเป็นการเริ่มต้นของเขาและคุโรโกะ ไม่อยากให้มันเปลี่ยนไปง่ายๆ

            ไม่อยากให้มันหายไป

            “คิดถึงความฝันหรือครับ” คุโรโกะยิ้มแซวๆ ในขณะที่แก้มของคนสูงกว่าแดงระเรื่อ

            “หนวกหูน่า”

            จริงๆ ทั้งคู่ก็แอบคิดถึงนิดๆ นั่นแหละ…เพราะตั้งแต่พบตัวจริง ก็ไม่เคยฝันเห็นทุ่งดอกคามิเลียอีกเลย ถึงอย่างไร พวกเขาก็ชอบบรรยากาศอบอุ่น สงบและสบายแบบนั้นในความฝันนั่นอยู่ดีนั่นแหละ

            วันต่อมาทั้งสองก็ตื่นแต่เช้ามาไหว้พระในวัด เดินชมตลาดที่ผู้คนพลุกพล่านขึ้นเรื่อยๆ ในยามสาย ซื้อขนมและของที่ระลึกไปฝากผู้ใหญ่ทางบ้าน

            “สวยจังครับ”

            เสียงนุ่มทุ้มว่าขณะหยุดอยู่หน้าร้านเครื่องประดับ นัยน์ตาสีฟ้าสะท้อนภาพแหวนสีเงินสองวงในกล่องกำมะหยี่สีแดงสด

            “ลุงครับ ขอซื้อแหวนชุดนี้หน่อยครับ”

            “คากามิคุง มันดูแพงนะครับ ใช้เวลาคิดก่อนสิ”

            “ไม่เป็นไร ข้ารวย” ร่างสูงหัวเราะร่วนสลับเสียงซี้ดเจ็บๆ เมื่อร่างเล็กกว่าส่งสันมือแทงเข้ามาที่สีข้างไม่เบานัก

            หลังเดินทั่วจนหมด ทั้งคู่ก็กลับมาที่บ้านพักในเวลาดึก คากามิวางของไว้เป็นที่เป็นทางก่อนจะเดินไปนั่งบนเตียง มือใหญ่กวักสองสามทีให้ร่างเล็กเดินเข้ามาใกล้

            “คุโรโกะ มานี่หน่อยสิ”

            “อะไรครับคากามิคุง ข้าจะไปอาบน้ำ”

            “จะอาบทำไม เดี๋ยวก็ต้องอาบใหม่อยู่ดี”

            ใบหน้านวลหันไปมองหน้าคนพูดแล้วสะดุ้งน้อยๆ ยามเห็นประกายปรารถนาในดวงตาคมสีเข้ม นัยน์ตาสีฟ้าค้อนควับตรงข้ามกับพวงแก้มสีเรื่อๆ และก้อนเนื้อในอกเต้นรัว สมองประมวลผลได้จนรู้ดีกว่าอีกฝ่ายปรารถนาอะไร

            “ท่านมัน…” เสียงทุ้มนุ่มเข้มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อนัยน์ตาสีแดงเพลิงยังไม่เลิกส่งมาออดอ้อน คุโรโกะสาบานได้ คากามิรู้ดีแน่ๆ ว่าสายตาแบบนี้เขาจะใจอ่อนเสมอ

            “เถอะนะ… ช่วงหลังๆ มันยุ่งๆ ก็เลยไม่ได้รักเจ้าเลย…”

            คุโรโกะถอนหายใจเฮือก ยอมเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงที่วาดแขนแกร่งมาโอบเขาให้นั่งคร่อมบนตัก พวงแก้มแดงแปร๊ดเมื่อเสียงห้าวลึกกระซิบสั่นพร่าร้องขอความปรารถนาข้างใบหู

            “วันนี้เจ้าอยู่บนได้ไหม…”

 

            นัยน์ตาสีฟ้าเผลอสะดุ้งตื่นมาตอนเช้ามืด เหงื่อซึมทั่วใบหน้านวลเพราะความฝัน เขาฝันถึงทุ่งดอกคามิเลยสีขาวเป็นครั้งแรกในรอบสามปีหลังเจอคากามิ หากแต่ฝันในครั้งนี้ทำให้เขาเกลียดดอกคามิเลียจับใจ…

            มันเป็นหมอกหนากลุ่มเดิมที่เขาต้องเดินฝ่าไป เมื่อเดินเข้ามาก็พบทุ่งดอกคามิเลียสีขาว เขาพบบุรุษเรือนผมแดงที่จำได้ว่าเป็นคากามิ คุโรโกะตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายแล้วก็ต้องแปลกใจ ฉับพลันที่ร่างสูงหันมา เขาสังเกตได้ว่าไม่มีรอยยิ้มดั่งดวงตะวันบนใบหน้าหล่อเหลานั่นอีกแล้ว และทันทีที่ขายาวนั้นก้าวผ่าน ดอกคามิเลียสีขาวค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงชาดราวกับเลือดและค่อยๆ แห้งเหี่ยวตายไปทีละดอก

            ในวินาทีที่ร่างสูงมายืนอยู่ตรงหน้า น้ำตาสีแดงก็ค่อยๆ ไหลออกมาจากดวงตาคม

            คุโรโกะตัวชากับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนรัก แต่เมื่อเอื้อมมือเล็กๆ ไปหมายจะเช็ดน้ำตานั่น เขาก็สะดุ้งตื่น

            นัยน์ตาสีฟ้ามองร่างสูงข้างกายนิ่งก่อนจะสวมกอดอีกฝ่าย สัมผัสได้ว่าตัวเองสั่นน้อยๆ แม้น้ำตาจะไม่ไหลออกมาสักหยดก็ตาม ในอกสะท้อนก้องด้วยคำวอนขอพระเจ้า

            ได้โปรด…อย่าพรากความสุข…อย่าพรากคนคนนี้ไปจากลูก

            คุโรโกะภาวนาว่าจะได้อยู่กับคากามิตลอดไป

            หากแต่ทุกสิ่งมี