[short fic knb] kagakuro : In your past 2 (HBD Kuroko Tetsuya)

posted on 31 Jan 2015 14:44 by indiqirl directory Fiction

title : In your past 2 (HBD Kuroko Tetsuya)

type : short fic knb

rate : PG-13

pairing : kagami taiga x kuroko tetsuya

writer : indiqirl

note : เป็นเหมือนอีกภาคของ In your past ที่พี่ไฟย้อนอดีตไปเจอน้องสมัยเทย์โคค่ะ รอบนี้น้องจะย้อนไปเจอพี่ไฟสมัยอยู่อเมริกา กลิ่นอายคล้ายๆ กันค่ะ หวังว่าจะสนุกกันนะคะ

____________________________________________

 

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง

 

            คุโรโกะ เท็ตยะตื่นขึ้นมาในเช้าวันอาทิตย์โดยไม่รู้ตัว ทั้งที่เมื่อคืนเขาถูกกวนแทบทั้งคืนแล้วก็ยังปวดระบมบางบริเวณในร่างกาย จากการกระทำของคนบางคนที่ไม่รู้ไปอดอยากมาจากไหน (?) แต่เขากลับสามารถตื่นขึ้นมาได้อย่างสดชื่นและกะปรี้กะเปร่าอย่างประหลาด

            นัยน์ตาสีฟ้ามองเจ้าของอ้อมแขนแกร่งที่เขาซุกกายอยู่อย่างอบอุ่นแล้วประดิษฐ์ยิ้มเบาบาง เจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงและใบหน้าคมหล่อเหลาที่เขาจะตื่นมาเจอทุกๆ เช้าไม่บนเตียงก็คือในห้องครัวพร้อมกลิ่นหอมของอาหารเช้า กำลังหลับปุ๋ยด้วยใบหน้าท่าทางที่ดูอ่อนวัยลง ปกติคนตรงหน้ามักจะตื่นก่อน ทำให้น้อยครั้งนักจะได้ลืมตาขึ้นมาเห็นเปลือกตาบดบังดวงตาคมๆ สีแดงอันทรงพลัง มือขาวลูบใบหน้าคนรักของตนน้อยๆ อย่างเอ็นดูแล้วลุกขึ้นนั่งโดยหาหมอนข้างมาให้ร่างสูงใช้กอดแทน ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบไปที่ประตูห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว

            ผ่านไปสักพัก ร่างโปร่งก็ออกมาจากประตูห้องน้ำพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่ คุโรโกะเดินเข้าไปใกล้คากามิซึ่งกำลังหายใจสม่ำเสมอพร้อมกล้ามท้องลอนสวยขยับขึ้นลงน่ามอง กลีบปากนุ่มประทับลงบนกลุ่มผมสีแดงเพลิงกรุ่นกลิ่นอ่อนโยนเฉพาะตัวของอีกฝ่ายแล้วหันไปมองปฏิทินที่บอกวันที่ว่าเป็นวันที่ 31 มกราคม

            เวลาช่างผ่านไปเร็ว…เหมือนเมื่อวานเขายังอายุ 16 ปีอยู่เลย จู่ๆ วันนี้จะแก่ขึ้นอีกปีแล้วหรือ

            เกือบหนึ่งปีที่เขากับคากามิเป็นมากกว่าเพื่อน…

            หลังการแข่งขันอันน่าตื่นตาตื่นใจและความพยายามที่จะก้าวข้ามตนเองไปสู่เป้าหมาย วันที่เซย์รินชนะการแข่งขันวินเทอร์คัพ น้ำตา เสียงหัวเราะ บรรยากาศอันเปี่ยมไปด้วยความยินดี ทุกอย่างยังคงติดอยู่ในหัวใจราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน รวมทั้ง…เรื่องที่…คากามิขอคบเขาหลังชนะด้วย…

            ไม่น่าเชื่อว่าคนที่นิสัยตรงข้ามกันขนาดนั้นจะมีวันนี้ได้ คู่หูที่รู้ตัวอีกทีก็รักไปแล้ว… และก็ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีที่อีกฝ่ายก็คิดเช่นนั้น… จากคนแปลกหน้ากลับกลายเป็นคนรักที่ขาดกันไปไม่ได้…

            พูดแล้วก็คิดถึง คุโรโกะตัดสินใจเดินออกมาจากห้องนอนไปที่ชั้นวางอัลบั้มภาพ ซึ่งเต็มไปด้วยอัลบั้มปกหนาๆ วางเรียงราย มือขาวหยิบออกมาเปิดหนึ่งเล่ม ทั้งยิ้มและหัวเราะกับภาพความทรงจำที่ถูกบันทึกไว้ มันช่างอ่อนโยนและทำให้หัวใจอบอุ่นอย่างอธิบายไม่ได้ แต่ละภาพสะท้อนบรรยากาศนั้นได้อย่างแจ่มชัดราวกับย้อนเวลา ทั้งรูปถ่ายวิวทิวทัศน์หรือภาพถ่ายร่วมกับเพื่อนร่วมทีม

            ทว่าอัลบั้มที่มีค่าที่สุดของคุโรโกะคงเป็นอัลบั้มภาพรวมคากามิ… ตอนแรกเขาไม่ชอบถ่ายรูป แต่พอร่างสูงรบเร้าบ่อยๆ ก็ยอมถ่าย แล้วก็รู้สึกว่ามันก็ดีเหมือนกันนะ นับแต่นั้นเขาก็เริ่มเก็บภาพคนรักเพื่อให้จำนวนมากพอๆ กับภาพตัวเขาที่คากามิเป็นคนถ่าย… ภาพที่เขาชอบที่สุดคงเป็นภาพแอบถ่ายตอนที่ไปสวนสาธาณะเพื่อชมดอกซากุระแล้วคากามินอนตักเขาล่ะมั้ง มันเป็นรูปถ่ายจากกล้องมือถือทำให้ความละเอียดไม่มากนักแต่คุโรโกะคิดว่ามันไม่จำเป็นเพราะภาพและรายละเอียดทุกๆ อย่างได้ถูกบันทึกในหัวใจเขาอย่างแม่นยำแล้ว ไม่ว่าจะกลีบดอกไม้สีชมพูที่เกาะบนเรือนผมสีแดงเพลิง หรือใบหน้าคมคายซึ่งกำลังหลับดูอ่อนเยาว์กว่าปกติ ช่างละมุนตาและน่ารักใคร่เสียจนอดไม่ได้ที่จะยื่นนิ้วเรียวไปลูบไล้มันเบาๆ

            มือบางปิดอัลบั้มภาพพร้อมรอยยิ้มที่ยังจงเจือจางบนใบหน้านวลแล้วเก็บเข้าชั้น ฉับพลัน นัยน์ตาสีฟ้ากลมโตก็รับภาพปกอัลบั้มสีแดงประหลาดๆ วางหลบมุมบนชั้นบนสุดแล้วอดสงสัยไม่ได้ เขาไม่ยักจะจำได้ว่าในบ้านของคากามิมีอัลบั้มสีนี้ เขาว่าเขาก็มานอนค้างที่นี่บ่อยๆ เวลาคืนวันศุกร์เพราะวันเสาร์จะได้ไปซ้อมบาสด้วยกันเวลาริโกะนัด แต่สาบานได้ มันไม่คุ้นตาจริงๆ นั่นแหละ ด้วยความสงสัยร่างโปร่งจึงตัดสินใจเดินไปหยิบเก้าอี้มาแล้วปีนขึ้นไปยืนเพราะอัลบั้มสีแดงๆ นั่นอยู่สูงมาก

            ติ๊งต่อง

            เสียงออดดังขัดจังหวะนั่นส่งผลให้...

            โครม!

            ปึก!

            “หวา!”

 

            นี่มันอะไรกัน!

            เหงื่อซึมขมับขาวน้อยๆ เมื่อนัยน์ตาสีฟ้ารับภาพวิวทิวทัศน์อันไม่คุ้นเคย เมื่อครู่เขาร่วงจากเก้าอี้แล้วก็รู้สึกเหมือนสติจะดับไปช่วงหนึ่ง ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในสนามสตรีทบาสแห่งหนึ่ง ผู้เล่นมีแต่ชาวต่างชาติตัวโตๆ กำลังพูดภาษาที่เขาฟังไม่คล่องรัวเร็ว ทั้งป้ายโฆษณาต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษ และอื่นๆ อีกมากที่บรรยากาศไม่บ่งบอกความเป็นญี่ปุ่นทำเอาคนได้คะแนนวิชาสนทนาภาษาอังกฤษปานกลางถึงกับหัวใจเต้นตุบด้วยความหวาดระแวงและกังวล

            นี่เป็นความฝันใช่ไหม ถ้าใช่ก็ขอให้ตื่นเร็วๆ เถอะ คุโรโกะ เท็ตสึยะ!

            “อ๊ะ ไทกะ ทางนี้!”

            ปึ่ก!

            “อ่ะ ขอโทษ”

            ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างกับภาพตรงหน้า ตอนแรกเขาหันไปมองที่มาของเสียงนุ่มทุ้มซึ่งดังมาจากผู้ชายผมสีทองคนหนึ่ง เขาก็ฟังไม่ออกทั้งหมดแต่ที่สะกิดโสตของเขาคือคำว่า ไทกะ ในรูปประโยคนั้นต่างหาก ทว่าด้วยความไม่ระมัดระวังทำให้ใบหน้านวลกระแทกกับแผ่นอกกว้างของเขาบางคนอย่างจัง ซึ่งเจ้าของแผ่นอกนั้นนอกจากจะกล่าวขอโทษเป็นภาษาอังกฤษแล้ว เจ้าของเสียงห้าวลึกนั่นยังเป็นคนที่มีเรือนผมสีแดงเพลิงและเค้าโครงหน้าที่คุโรโกะจำได้แม่นยิ่งกว่าสิ่งใด

            “คากามิคุง!?” แม้ผมจะสั้น ใบหน้าอ่อนวัยลงและยังสูงมากกว่าเขาไม่เท่าไหร่นัก แต่ก็ใช่คากามิแน่ๆ

            “ภาษาญี่ปุ่น?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นน้อยๆ ใบหน้าคมคายเอียงนิดๆ ขณะนัยน์ตาสีเพลิงจ้องมองคุโรโกะอย่างสงสัยเต็มที่ ชายหนุ่มตอบกลับมาเป็นภาษาญี่ปุ่นที่ฟังดูแปร่งๆ ไม่แข็งแรงเท่าภาษาอังกฤษนัก “นายรู้จักฉันได้ยังไง”

            หา!?

            “คุณไม่รู้จักผมหรือครับ?” แม้ภายนอกจะยังคงนิ่งเป็นเนืองนิตย์ ทว่าก้อนเนื้อในอกกลับเต้นรัวอย่างกังวล

            “ไม่น่ะสิวะ นายนั่นแหละเป็นใคร”

            คุโรโกะเงียบนิ่ง จมตัวเองอยู่ในภวังค์เพียงครู่แล้วติดสินใจบอกสิ่งที่จะตัดปัญหา “ขอโทษครับ ผมคงจำคนผิด…คือ…คุณคล้ายคนรู้จักผมมาก” จริงๆ คือเหมือนมาก อารมณ์แบบว่า สำเนาถูกต้อง

            “คนรู้จักนายนี่ชื่อเหมือนฉันด้วยงั้นเรอะ” ร่างสูงกอดอกมอง ทำเอาคุโรโกะกลอกตาเซ็งๆ เพราะขี้เกียจจะอธิบาย ชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เขานึกถึงคากามิที่เจอกันในครั้งแรก ผู้ชายอารมณ์ร้อน เสียงดัง ซื่อบื้อแถมยังมีรังสีคุกคามอยู่รอบกาย

            “เอาเป็นว่า ผมเข้าใจผิดเอง โอเคไหมครับ” ยิ่งเห็นแบบนี้ก็ยิ่งอยากปราบพยศอีกรอบ… เหอะ อยากจะเอารูปตอนขอเขาคบมาแฉชะมัด แล้วก็ตะโกนใส่หน้าด้วย ดูซิจะมาเก๊กแบบนี้ไหม คุโรโกะรู้ดีว่าถึงภายนอกจะเป็นอย่างไร ภายในของคากามิก็ยังอ่อนโยนและบางส่วนก็ยังเป็นเด็กอยู่เสมอ โดนจี้จุดอ่อนอะไรนิดหน่อยก็อายแล้วล่ะ

            “ไทกะ นายจะเล่นไหมเนี่ย” คงเป็นเพราะคากามิหยุดคุยกับคุโรโกะ ผู้ชายผมทองจึงวิ่งเหยาะๆ มาหาพวกเขาพร้อมลูกบาสในมือ

            “แป๊บนึงนะเอ็ดมันด์ ขอเคลียร์อะไรนิดหน่อยก่อนแล้วจะไป” คากามิหันไปตอบเป็นภาษาอังกฤษซึ่งคุโรโกะฟังออกนิดๆ ได้ว่าเดี๋ยวจะไป “เอาเถอะ แล้วนี่นายจะไปไหน”

            ว่าจบ ร่างสูงก็ต้องชะงัก คากามิสาบานได้ว่าไม่เคยเจอเด็กหนุ่มเรือนผมสีฟ้าหน้าตาติดหวานคนนี้ แต่เขารู้สึกผูกพันและเป็นห่วงอย่างประหลาด อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะไปไหน ทำอะไร รู้สึกทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้าอยู่ในที

            คากามิ ไทกะเป็นคนซื่อบื้อและไม่ชอบคิดสิ่งใดซับซ้อน นั่นส่งผลให้เขาทำอะไรตามใจตัวเองคิดเสมอ คิดอย่างไรก็ทำออกมา สุดท้ายก็ได้คำตอบเองนั่นแหละ

            แม้ช่วงนี้เขาจะแอนตี้ญี่ปุ่นเพราะพ่อบอกจะส่งไปเรียนตอน ม.ปลาย หลังจบการศึกษาปีนี้ แต่เขาไม่นึกเกลียดคนตรงหน้าซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นแม้แต่น้อย กลับกัน รู้สึกอยากเข้าใกล้เสียอีก

            “…ไม่รู้เหมือนกันครับ คือตอนนี้ผมยังงงๆ อยู่เลย แบบว่าจำอะไรไม่ได้” คุโรโกะว่าไปตามตรง

            “เฮ้ย นายไม่สบายรึเปล่า ความจำเสื่อม? พลัดหลงกับใครใช่ไหม ไปสถานีตำรวจหรือโรงพยาบาลดี?” ถึงจะเป็นคนที่ภายนอกดูหยาบๆ แต่ก็ไม่ใช่คนที่เมินเฉยกับคนที่กำลังเดือดร้อน มือใหญ่ยกขึ้นแตะหน้าผากมนๆ อย่างถือวิสาสะแล้วก็ต้องผละออกเหมือนต้องของร้อนเสียเอง เมื่อเห็นพวงแก้มขาวขึ้นสีเรื่อ

            อะไรวะ ทำไมหมอนี่มันน่ารัก

            ไทกะ แกคิดอะไรอยู่ นี่ผู้ชายนะเว้ย

            “…ผมไม่เป็นไรครับ เอาเป็นว่าถ้าจะกรุณา ก็ช่วยบอกได้ไหมครับว่าที่นี่คือที่ไหน”

            “หา? นายมาเที่ยวโดยที่ไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหนเรอะ” เดาเอาแล้วกันว่าเป็นชาวต่างชาติมาเที่ยวแล้วพลัดหลงกับทัวร์ “อา…แอลเอน่ะ”

            “อเมริกาน่ะเหรอครับ!?” ดวงตาสีฟ้าเบิกโพลงอย่างตกใจ ถ้านี่เป็นความฝันก็เป็นความฝันที่ไกลมาก ไกลข้ามประเทศเลย!

            “ใช่”

            นิ้วชี้แตะขึ้นที่ริมฝีปาก เด็กหนุ่มพูดกับตัวเองเบาๆ “ท่าไม่ดีแล้วแฮะ…”

            “นายพลัดหลงจริงๆ ใช่ไหม…” คากามิถาม ทั้งสงสัยและกังวลปนๆ กันไป

            “…คิดว่าใช่ครับ” ตอบกลับเสียงไม่มั่นคงน้อยๆ เหมือนคนไม่รู้จะทำอย่างไร

            “งั้นรอตรงนี้แป๊บนึงนะ” ร่างสูงกล่าวก่อนจะวิ่งเหยาะๆ ไปคุยกับผู้ชายที่คุโรโกะจำได้ว่าถูกเรียกว่าเอ็ดมันด์ สักพักคากามิก็วิ่งกลับมาหาเขา “ไปกันเถอะ”

            ไป?

            “ไปไหนครับ”

            “นายหลงทางไม่ใช่เหรอ จำอะไรได้บ้างไหม เช่นกลุ่มทัวร์ โรงแรมที่พัก อ่ะ หรือจะไปสถานีตำรวจ?”

            “ไม่ล่ะครับ… เออ… ผมจำอะไรไม่ได้เลย…เอาเป็นว่า คุณพาผมเที่ยวหน่อยแล้วกันครับ เดินไปเรื่อยๆ อาจจะนึกอะไรออก”

            โกหก…

            โกหกไปอย่างนั้นเอง ตอนนี้เขาแค่ไม่อยากจะคิดอะไรมากกว่า เมื่อกี้แอบลองหยิกตัวเองแล้วปรากฏว่ารู้สึกเจ็บ มันเป็นการตอกย้ำว่าเขาไม่ได้ฝันไป ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง คนตรงหน้าคือคากามิแน่ๆ แม้จะดูเด็กลง แต่คุโรโกะยอมรับ…ที่ยังพอมีสติใจเย็นอยู่ได้แบบนี้เพราะได้เจอคากามินั่นเอง ลองเขาอยู่คนเดียวสิ การมาอยู่ต่างถิ่นที่ไม่คุ้นเคย จะติดต่อสื่อสารอะไรก็ไม่คล่องต้องทำให้เขาร้องไห้สติแตกแน่ๆ

            “อ่า เอางั้นก็ได้” ร่างสูงพยักหน้า ยมอรับการติดสินใจของคุโรโกะอย่างง่ายดาย “ก่อนจะไป ฉันขอรู้ชื่อนายก่อนได้ไหม”

            “คุโร…เรียกผมว่าเท็ตสึยะแล้วกันครับ” บอกชื่อจริงๆ ทั้งหมดไปคงจะแปลก…ถ้าเขาย้อนอดีตมาเจอคากามิตอนเด็กจริงๆ การบอกอะไรหลายๆ อย่างไปคงจะส่งผลกระทบต่ออนาคตแน่ๆ

            ว่าแต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ถ้าถามออกไปคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

            “คากามิคุง ตอนนี้คุณอายุเท่าไหร่ครับ”

            “สิบห้าน่ะ” เด็กหนุ่มบอกก่อนจะเลิกคิ้วประมาณว่าแล้วนายล่ะ

            “ผมสิบเจ็ดแล้วครับ” คุโรโกะแอบขำในใจเมื่อเจ้าของเรือนผมสีแดงเบิกตาโพลง ไม่รู้ว่าแปลกใจอะไรนักหนา เอาเถอะ จุดนี้แล้วคงแกล้งได้ “ผมแก่กว่าคุณ เพราะฉะนั้นกรุณาสุภาพกับผมด้วยนะครับ”

            “วอท!?”

 

            “ผมให้คุณพามาเที่ยวแต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นทะเลนะครับ…” นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววขุ่นเมื่อภาพตรงหน้าเป็นชายหาดสวยสุดลูกหูลูกตา ไอ้สวยมันก็สวยแหละ แต่ช่วยดูสภาพเขานิดหนึ่งว่าพร้อมจะมาไหม ผิวก็แพ้แดด เสื้อผ้ามาเปลี่ยนก็ไม่มี…

            เป็นบากะกามิไม่เปลี่ยนเลยสินะ

“นี่ไม่ใช่ทะเลธรรมดานะเว้ย มันคือหาดเวนิส” คากามิหัวเราะเมื่อเห็นใบหน้านวลหันมามองค้อน “ฉันชอบมาเล่นเซิร์ฟที่นี่น่ะ นายไม่อยากสัมผัสมันบ้างรึไง มาแอลเอแต่ไม่ได้มาที่นี่นับว่าพลาดมาก”

            “…ถ้าจะกรุณา ก็ช่วยมองสภาพผมด้วยครับว่าพร้อมจะลงเล่นน้ำไหม”