[short fic knb] kagakuro : เนื้อคู่

posted on 16 Mar 2015 23:58 by indiqirl

title :  เนื้อคู่

type : short fic knb

rate : PG-13

pairing : kagami taiga x kuroko tetsuya

writer : indiqirl

note : เมื่อคุโรโกะถูกทักเรื่อง เนื้อคู่ จากหมอดู...

 __________________________________________________

 

­­­­­­­­­­­

            “พ่อหนุ่มคนนั้นน่ะ”

             “…”

            “พ่อหนุ่มๆ!!”

             “…”

            “พ่อหนุ่ม!!!”

            เสียงของหญิงชราคนหนึ่งยังคงดังต่อเนื่อง ดูเหมือนคนที่เธอเรียกจะไม่ได้ตอบสนอง ความสงสัยทำให้คุโรโกะ เท็ตสึยะหยุดสองขายาวๆ ที่กำลังก้าว ใบหน้านวลละสายตาจากนวนิยายในมือของตนก่อนจะหันไปมองที่มาของเสียง หญิงชราเดินเร็วๆ มาทางเขาที่หันซ้ายขวาว่าเธอต้องการคุยกับใคร ก็มันไม่มีทางใช่เขาอยู่แล้ว ปกติเขาออกจะจืดจาง...

            กึก

            “เรียกเสียนาน เจ็บคอเลย” หญิงชราหยุดตรงหน้าเขา นัยน์ตาฟ่าฟางไล่มองใบหน้าขาวนวลล้อมกรอบด้วยผมสีท้องฟ้า เธอฉีกยิ้มน้อยๆ “จู่ๆ ตาฉันก็เห็นอะไรบางอย่างน่ะ เลยมาทัก”

            “เห็น? เอ่อ ไม่สิ คุณยายจะคุยกับผมหรือครับ?” นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววประหลาดใจที่มีคนสังเกตเห็นเขา อีกทั้งยังเป็นคนมีอายุเสียด้วย สมองแล่นจี๋เพื่อทบทวนว่าเธอเป็นคนรู้จักกับเขาหรือเปล่า… ซึ่งคำตอบก็คือไม่

            “ไม่ เราไม่ได้รู้จักกันหรอกจ้ะ แต่ฉันอยากคุยกับเธอ” หญิงชรายิ้มน้อยๆ กับท่าทางครุ่นคิดอันน่าเอ็นดูนั้น มองร่างโปร่งในยูนิฟอร์มมัธยมปลายโรงเรียนที่เธอจำได้ว่าชื่อ ‘เซย์ริน’ “ฉันเป็นหมอดู แล้วตาทิพย์ฉันก็เห็นอะไรบางอย่าง…”

            คิ้วเรียวมวดยุ่งเป็นปม เดินถอยหลังน้อยๆ เมื่อคิดได้ว่าคนตรงหน้าอาจจะเป็นมิจฉาชีพ เด็กหนุ่มปฏิเสธเสียงเรียบ “ไม่ครับ ผมไม่ดูหมอ”

            “เนื้อคู่”

            ปฏิเสธไม่ทันขาดคำ วาจาเมื่อครู่ถึงกับหยุดการกระทำต่างๆ ของคุโรโกะ

            “ครับ?”

            “เนื้อคู่ของเธอมีคำว่า 大 อยู่ในชื่อ โอ ใกล้ตัวกว่านี่คิดด้วยล่ะ” เธอพูดขณะหลับตา นิ้วเหี่ยวย่นชี้มาที่คุโรโกะ นิ่งเงียบอยู่แบบนั้นเพียงชั่วอึดใจก่อนจะลืมตาโพลง (ซึ่งทำเอาคุโรโกะแอบสะดุ้งน้อยๆ) “อา ฉันต้องไปแล้ว”

            “…” คุโรโกะมองหญิงชราที่ตอนแรกจู่ๆ ก็เดินมาดักเขา แล้วจู่ๆ ก็จากไปเร็วๆ ซะอย่างนั้น

            แปลก

            คุโรโกะรู้สึกว่ามันแปลก

            หากไม่ได้เจอกับตัวคงไม่มีทางเข้าใจ การถูกทำนายทายทักจากหมอดูค่อนข้างมีอิทธิพลต่อความคิดในหลายๆ ด้าน ถ้าไม่มีสติพอ บางคนถึงกับฟุ้งซ่านเป็นวันก็มี ซึ่งคุโรโกะก็หวังว่าตนจะไม่เป็นเช่นนั้น

            ว่าแต่คนที่เขารู้จัก ใกล้ๆ ตัวแล้วก็มีคำนั้นอยู่ในชื่อ…

             青峰 大輝

            อามิเนะ ไดกิไม่ใช่หรือ

            คิ้วเรียวขมวดมุ่น นัยน์ตาหม่นลงราวกับท้องฟ้าที่มีเมฆฝนเริ่มตั้งเค้า

            บ้าไปแล้ว…

 

            วันนี้เป็นวันที่โรงเรียนเซย์รินเปิดวันแรก นอกจากจะมีปฐมนิเทศแล้ว ยังมีการเลือกชมรมอีกด้วย คุโรโกะนั่งอยู่ในหอประชุมเพื่อฟังผู้อำนวยการและคณาจารย์กล่าวปฐมนิเทศด้วยท่าทีสงบนิ่ง จับใจความและทำความเข้าใจไม่ว่าจะเรื่องกฎระเบียบ หรือระบบต่างๆ ภายในโรงเรียน

            เซย์รินเป็นโรงเรียนที่เพิ่งเปิดใหม่ นั่นทำให้จำนวนนักเรียนมีไม่เยอะมากนัก รุ่นพี่สูงสุดจึงมีแค่นักเรียน ม.ปลายปี 2 เท่านั้น

            “เมื่อไหร่จะพูดเสร็จวะ…”

            เสียงเข้มห้าวเรียกความสนใจจากดวงตาสีฟ้าได้เป็นอย่างดี คุโรโกะหันเสี้ยวหน้าไปมองที่มาของเสียงก็พบว่าเป็นผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างหลังเขา คนคนนั้นมีเรือนผมสีแดงเพลิง ร่างกายก็สูงใหญ่จนไม่น่าเชื่อว่าเป็นเด็กรุ่นเดียวกันกับเขา ใบหน้าคมคายดูดุน้อยๆ บรรยากาศดุดันราวสัตว์ป่าที่เจ้าตัวปล่อยออกมา เป็นบรรยากาศที่คล้ายกับใครบางคนที่เขารู้จัก

            อาโอมิเนะคุง…สินะ

            ใบหน้านวลหันกลับมาเบื้องหน้าตามเดิม นัยน์ตาสีฟ้าหลุบลงต่ำมองพื้น ภายในภวังค์ปรากฏภาพผู้ชายตัวสูงผิวเข้มและเส้นผมตัดสั้นสีน้ำเงิน แผ่นหลังกว้างนั้นหันหลังให้เขา แต่ก็พอจะเดาออกได้ว่าใคร ยูนิฟอร์มสีฟ้าขาวที่แสนคุ้นเคยปักตัวเลขเบอร์หกให้เห็นอย่างชัดเจน

            เอซของเจอร์เนเรชั่นปาฏิหาริย์

            ผู้ชายที่มีคำว่าสีฟ้าอยู่ในนามสกุล

            อาโอมิเนะ ไดกิ

            ผู้ชายที่เขาเคย…

            “เฮ้ แกน่ะ”

             “...”

            “เฮ้ยๆ”

             “…”

            “เฮ้!!!”

            เฮือก!

            “หะ…หา?”

            “ฉันเห็นนะว่าจะทำอะไร ถ้าไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ก็เอามันไว้ที่เดิมซะ”

            “ปะ…เปล่าสักหน่อย”

            เด็กหนุ่มสะดุ้งน้อยๆ เพราะนึกว่าเป็นตนในทีแรกแล้วก็ต้องถอนหายใจโล่งอก นัยน์ตาสีฟ้ามองคนผมแดงตัวสูงหันไปทะเลาะกับคนข้างกายเขา คิ้วเรียวขมวดยุ่งด้วยอารมณ์ขุ่นมัว เขาเป็นคนประเภทที่ไม่ถูกกับคนแบบนี้ที่สุด หาเรื่อง ขี้โวยวาย ทำตัวอันธพาล…

            “จะยอมรับไหม” เจ้าของใบหน้าดุดูเหี้ยมขึ้นเรื่อยๆ นัยน์ตาสีเพลิงเหลือบมองคนข้างคุโรโกะก่อนจะเบนสายตามาที่ใบหน้านวล “คืนหมอนี่ไปซะ”

            “ผม?” เสียงนุ่มทวนคำ มองคนที่นั่งข้างๆ ซึ่งกำลังเหงื่อตก

            “ไม่ใช่นายเฟ้ย” หนุ่มผมแดงกลอกตาเซ็ง ถอนหายใจหน่ายๆ ซึ่งเป็นอากัปกิริยาที่คุโรโกะรู้สึกคันมืออยากจะแทงสีข้างอีกฝ่ายยิบๆ “นายน่ะ ลองล้วงกระเป๋ากางเกงตัวเองหน่อยเป็นไง”

            มือขาวล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงอย่างที่ร่างสูงบอกแล้วก็ต้องชะงัก นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววตกใจเพียงแวบและกลับมาเรียบเฉยตามความเคยชิน

            “ไง กระเป๋าตังค์หายใช่ไหม”

            คุโรโกะพยักหน้าแล้วหันไปมองตัวต้นเหตุที่วันแรกก็ริอ่านเป็นขโมยด้วยแววตาตำหนิ

            “กรุณาคืนกระเป๋าเงินผมมาด้วยครับ”

 

            ก็รู้ตัวแหละนะว่าต้องขอบคุณ…

            นัยน์ตาสีฟ้ามองแผ่นหลั่งกว้างของหนุ่มผมแดงซึ่งเดินแหวกฝูงชนอยู่เบื้องหน้า ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่และเส้นผมสีเพลิงนั่นทำให้ตัวตนของคนคนนี้โดดเด่นกว่าชาวบ้านชาวเมือง ตรงข้ามกับตัวเขาสิ้นเชิงที่ทำยังไงก็คงไม่มีทางเด่น… แต่ก็ต้องขอบคุณตัวตนอันจืดจางของตัวเองหรอก ไม่งั้นคงไม่สามารถสะกดรอยตามร่างสูงได้แบบนี้เป็นแน่

            ถึงจะอดคิดไม่ได้ว่าตัวเองเหมือนโรคจิตก็ตาม… แต่เอาเถอะ มาถึงขั้นนี้แล้ว

            หลังจากผ่านพ้นพิธีปฐมนิเทศ นักเรียนก็ถูกปล่อยให้ออกมาหาชมรมที่ต้องการจะเข้าส่งผลบริเวณลานกว้างของโรงเรียนคับคั่งไปด้วยเหล่านักเรียนใหม่ คุโรโกะหยิบหนังสือของตนขึ้นอ่านขณะเดินไปด้วย สายตาก็คอยมองสลับระหว่างตัวอักษรและผ่านหลังกว้างอย่างระมัดระวัง หลบหลีกเหล่าผู้คนที่จะแจกโบรชัวร์ชวนเข้าชมรม อ่า แม้จะไม่ได้แจกให้เขาเพราะมองไม่เห็นเขาก็เถอะ

            ร่างโปร่งชะงักกึกเมื่อเห็นบอร์ดซึ่งแสดงผังตำแหน่งของชมรมต่างๆ เอาไว้ ดวงตาคู่สวยหยุดลงที่ ‘ชมรมบาสเกตบอล’ ด้วยความสนใจ

            แม้จะไม่ใช่สิ่งที่สวยงามมีความสุขไปทั้งหมด แต่บาสก็ยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้คุโรโกะมีความทรงจำหลายๆ แบบในชีวิตเสมอ เป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมต่อระหว่างเขาและเพื่อนๆ รุ่นปาฏิหาริย์ไว้อย่างแจ่มชัด

            เด็กหนุ่มถอนหายใจ รู้สึกเบื่อหน่ายตัวเองที่เวลาในหัวโล่งก็วกเข้าเรื่องนี้ตลอด เขายอมรับว่าตัวเองต้องทำเป็นเข้มแข็งเพียงใด กว่าจะลาออกจากชมรมบาสเทย์โคออกมาได้ หัวใจมันเจ็บจนอยากร้องไห้แต่น้ำตากลับไม่มีสักหยด เวลาแปรเปลี่ยนให้เขาชินชากับความรู้สึกที่ประดังประเดเหล่านั้น

            บางครั้งคนเราก็ต้องเรียนรู้ที่ผ่านกับอะไรร้ายๆ

            คุโรโกะแน่ใจว่าตอนนี้ตนอดทนได้ แต่ก็ยังไม่เข้มแข็งมากพอจริงๆ

            “ที่นี่ชมรมบาสเกตบอลใช่ไหม”

            เสียงทุ้มเข้มเรียกความสนใจของคุโรโกะได้อีกครั้ง ร่างโปร่งบอกตัวเองว่าไม่ได้อยากฟังนักหรอก เพราะอีกฝ่ายเสียงดังต่างหากเล่า… เจ้าของใบหน้านวลกลอกตาเซ็งเมื่อเห็นคนผมแดงพูดกับรุ่นพี่ด้วยวาจากระด้าง ภาษาญี่ปุ่นติดจะแปร่งนิดๆ แล้วก็… อะไรน่ะ ไอ้ท่าทางการโยนแก้วน้ำลงถังขยะนั่น

            แม้จะอยู่ที่ไกลๆ แต่ก็ใกล้พอที่จะทำให้เขาหยิบใบสมัครโดยไม่มีใครเห็น รวมทั้งฟังการสนทนาขณะกรอกข้อมูลเงียบๆ ได้อย่างครบถ้วน

            นิสัยช่างสังเกตส่งผลให้นัยน์ตาสีฟ้าเหลือบมองลายมือหวัดๆ ในใบสมัครได้อย่างเร็วๆ

            ‘火神 大我’

            คากามิ ไทกะ… แค่ชื่อก็บ่งบอกนิสัยกระโชกโฮกฮากนั่นได้เกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว

 

            ‘เนื้อคู่ของเธอมีคำว่า 大 อยู่ในชื่อ’

 

            เฮือก!

            รู้สึกขนลุกขนพอง… คำพูดของผู้หญิงคนเมื่อเช้าดังก้องอยู่ในเบื้องลึกของความรู้สึกจนน่ารำคาญ มือบางยกขึ้นนวดบริเวณขมับเพื่อให้ตนผ่อนคลาย

            มันก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้นแหละ

            ผู้ชายประเภทเขากับคากามิคุง ไม่มีทางที่จะไปกันได้อยู่แล้ว

            ยังไงอีกฝ่ายก็เข้าชมรมบาสเกตบอล… สักวันหนึ่งคงมีโอกาสที่จะได้ขอบคุณเรื่องกระเป๋าเงิน แล้วก็ต่างคนต่างอยู่นั่นแหละ

            นี่คือความคิดของคุโรโกะ เท็ตสึยะในวันแรกที่ได้พบกับคากามิ ไทกะ

 

            “คิก...”

            “หัวเราะอะไรน่ะ คุโรโกะ?”

            นัยน์ตาสีฟ้าช้อนมองดวงหน้าคมคายล้อมกรอบผมสีแดงที่อยู่เบื้องหน้า เจ้าของเสียงทุ้มห้าวซึ่งเอ่ยถามเขา ยิ่งมองใบหน้างงๆ และคิ้วเข้มๆ ขมวดอย่างสงสัยยิ่งอยากหัวเราะ

            “เปล่าครับ แค่คิดถึงเรื่องเก่าๆ นิดหน่อย” ริมฝีปากบางแย้มรอยยิ้มน้อยๆ แสร้งมองไปรอบๆ ห้องเรียนที่ว่างเปล่าเพื่อเบี่ยงประเด็น

            “เออ ช่างก็ได้ นายนี่ขนาดขึ้นปีสองแล้วยังทำนิสัยประหลาดเหมือนเดิม… เอาเถอะ รีบเขียนบันทึกเวรประจำวันกัน จะได้กลับบ้าน” ว่าพลางใช้นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่ช่องว่างในกระดาษ

            นัยน์ตาสีฟ้ามองกระดาษบนโต๊ะนิ่ง “คากามิคุง เขียนชื่อให้ผมหน่อยได้ไหมครับ ผมจะเขียนชื่อของคากามิคุงเอง”

            คากามิเลิกคิ้ว นัยน์ตาสีเพลิงมีแววหัวเราะ “เล่นบ้าอะไรของนาย”

            “อยากลองสลับลายมือดูน่ะครับว่าเวลาใช้ลายมือคากามิคุงเขียนชื่อผมจะตลกแค่ไหน”

            “ว่าไงนะ” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาแยกเขี้ยว ให้ตายเถอะ อยากจะจับใบหน้าตายๆ นั่นมาบีบแก้มให้ช้ำคามือชะมัด

            “เขียนสวยๆ นะครับ” ทำหูทวนลมพลางสลับกระดาษและลงมือเขียนชื่ออีกฝ่ายอย่างบรรจง ขนาดลายมือเขาจืดจางแต่พอมาเขียนชื่อคากามิแล้ว ทำไมถึงได้ยังคงโดดเด่นอยู่ดีนะ สมกับเป็นแสงจริงๆ เด็กหนุ่มคิดพลางลอบยิ้มกับชื่อคนตรงหน้าที่ถูกเขียนด้วยลายมือตน

            火神 大我

            ตอนนี้คุณกับผมต่างไปจากตอนนั้นแล้วนะครับ คากามิคุง

            ถึงสถานะของเราตอนนี้ยังไม่มีชื่อเรียก แต่ความรู้สึกของผมตอนนี้น่ะ...มีชื่อเรียกชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใดอีกครับ

            นิ้วเรียวขาวลูบคำว่า 大 ในกระดาษแผ่วเบาราวกับมันเป็นสิ่งล้ำค่า นัยน์ตาสีฟ้าสะท้อนภาพของมันแล้วทอประกายหวานอย่างลืมตัว

            บวกกับแสงอาทิตย์สีส้มยามเย็นอาบไล้ด้วยแล้ว… เป็นภาพที่คากามิรู้สึกว่าเจ้าของใบหน้าขาวนวลนี่ช่างน่ารักจนลืมหายใจ

            แย้กกก นี่แกคิดอะไรแบบนี้กับคู่หูที่เป็นผู้ชายเหรอวะไทกะ ถ้าคุโรโกะรู้เข้าต้องโดนหาว่าโรคจิตแน่ๆ!

            “คากามิคุงครับ” เสียงทุ้มหวานเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไม่สนใจใบหน้าหล่อที่ตีสีหน้าแปลกๆ อยู่คนเดียว

            “หา?”

            ประดิษฐ์ยิ้มเบาบางเมื่อคนตัวสูงตอบรับ ในหัวใจดังกึกก้องไปด้วยถ้อยคำที่เขาได้ยินในวันแรกก่อนจะมาพบเจอกับคนตรงหน้า

 

            ‘เนื้อคู่ของเธอมีคำว่า 大 อยู่ในชื่อ’

 

            “คุณ…เชื่อเรื่องเนื้อคู่ไหมครับ”

            “เอ่อะ! ถามอะไรน่าอายจังฟะเจ้าบ้า!”

            โหนกแก้มขึ้นสีเรื่อแข่งกับสีผม เป็นภาพที่คุโรโกะลงความเห็นว่ามันน่าเอ็นดูและน่ารักอย่างน่าอัศจรรย์… แสงของเขา คงไม่เข้าใจอะไรแบบนี้หรอกมั้ง ก็นะ เด็กนอกก็แบบนี้

            หัวเราะกับความคิดที่ท่วมท้นอัดแน่นด้วยความรู้สึกในใจ เท้าแขนมองไปนอกหน้าต่างอย่างเงียบงันแล้วจมตัวเองกับห้วงภวังค์อย่างไม่คิดอะไร

            แต่กระนั้น…เสียงทุ้มห้าวกลับปลุกเขาให้เขาแน่ใจแล้วว่าตัวเองเดินทางมาถึงดินแดนแห่งใหม่เรียบร้อยแล้ว...

 

            “ไม่แน่ใจหรอก…แต่ถ้าเรื่องพรหมลิขิต…ก็ต้องเชื่อสิวะ…ก็ไอ้นั่นมันพาฉัน…ให้มาเจอกับนายไม่ใช่รึไง”

            …ดินแดนแห่งความรัก…

 

            คุโรโกะแน่ใจว่าแก้มของตนที่ร้อนผ่าวไปหมดนี่ต้องแดงแจ๋แน่ๆ…อยากระเบิดตัวเองให้หายไปจากตรงนี้ชะมัด… แสร้งเบือนสายตาไปมองมือใหญ่ๆ หยาบกร้านที่มักจับเพียงเบอร์เกอร์และลูกบาส แค่หลีกเลี่ยงดวงตาคมๆ สีเพลิงชวนหวั่นไหวเท่านั้นแหละ… มือที่บ่งบอกตัวตนคากามิอย่างชัดเจน ภายนอกดูกระด้างแต่ภายในอบอุ่นเหมือนกองไฟ…

            อะไรบางอย่างในกายมันบอกเขา…

            อีกไม่นาน…มือคู่นั้นจะกอบกุมมือของเขา...

            และทำให้คุโรโกะมีความกล้าจะเดินไปทุกๆ ที่ที่คนคนนี้จับจูงพาไป

            ต่อให้ไม่มีคำว่า 大 อยู่ในชื่อ คุโรโกะก็มั่นใจเหลือเกินว่าความรู้สึกนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็มีเพียงคากามิเท่านั้นที่จะทำให้มันเกิดขึ้น

            อีกไม่นาน... สักวันหนึ่งเร็วๆ นี้ เขาจะพูดมันออกไป

            อย่างแน่นอน…

           

 end

______________________________________

indiqirl part

เอ่อออ ก็อยากเขียนให้น้องโดนทักค่ะ แล้วก็อยากเชื่อมโยงชื่อมิเนะกับพี่ไฟ พอดีเห็นเขียนเหมือนกัน แต่อ่าน ได กับ ไท เฉยๆ ไม่มีอะไรค่ะ ๕๕๕๕๕ แล้วก็อยากตบหวานตอนท้ายนิดหน่อย... คือตอนที่พี่ไฟบอกเชื่อเรื่องพรหมลิขิตน่ะ...ตอนหลังนางเพิ่งมารู้ตัวค่ะว่าแอบหยอดเขา อารมณ์ไม่ได้ตั้งใจ หยอดไปไม่รู้ตัวง่ะ ๕๕๕๕๕ เรื่องนี้สองคนนี้อารมณ์จีบๆ กันค่ะแต่ยังไม่ได้เป็นแฟนกันนะ ในเรื่องขึ้นปีสองแล้วด้วย นานไปรึเปล่า จริงๆ ควรจะอยู่กินกันได้แล้ว 

ก็หวังว่าจะชอบกันนะคะ ถ้าชอบก็ทิ้งเม้นต์ไว้ด้านล่างค่ะ ตอบทุกคนนน หรือจะเมนชั่นมาสครีมกันในทวิตเตอร์ @indiqirl ก็ได้นะคะ เรื่องหน้าสัญญาว่าจะลงฟ้าดำที่เป็นซีรีส์ดอกไม้ต่อจากไฟเหลืองเรื่องก่อนนะคะ ใครติ่งฟ้าดำแล้วจะรออ่านก็รออีกนี้ดดดน้า Y_Y

 

 

Comment

Comment:

Tweet

@Erakise ดีใจนะคะที่มีคนอินและเห็นด้วยไปกับการดำเนินเรื่องของแชม สองคนนี้เหมือนมีพรหมลิขิตร่วมกันจริงๆ ค่ะ อะไรหลายๆ อย่างบอกแบบนั้น
@tsunafame จริงที่สุดเลยค่าาาา พี่ไฟนี่เหมือนคนมาทีหลังเนอะ น้องนี่ผ่านโองิก็แล้ว อาโฮ่ก็แล้ว แต่พี่ไฟนี่มันรักสุดท้ายชัดๆ เลย ฮื้อออ เค้าก็นึกว่าอยู่กินกันละ ที่ไหนได้ น้องมัวแต่ซึน ส่วนอีพี่ไฟก็บื้อๆ อยู่ ฟฟฟฟ สู้ๆ นะ เพื่อเป้าหมายในอนาคต!
@nooknick ขอบคุณสำหรับเม้นต์ค่าาาา ดีใจที่ชอบนะคะ คนเขียนยิ้มไม่หุบเลยยย

#5 By indiqirl on 2015-04-01 23:08

ยอมแล้วค่าาา ง่ออออว์
น่ารักมากกก ไฟดำคือที่สุดจริงๆ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ -////-

#4 By nooknick (27.145.173.203|27.145.173.203) on 2015-03-26 22:44

อยากจะบอกว่าคู่นี้ทำให้เราเชื่อเรื่องพรหมลิขิตอ่ะ แบบถ้าน้องไม่ได้โดนโฮ่ปฏิเสธเรื่องบาส น้องก็คงไม่ได้มาอยู่เซย์ริน ไม่ได้เจอกับพี่ไฟ คู่นี้มันเรียลจริงๆ ถึงตอนแรกจะไม่ค่อยลงรอยเท่าไหร่ แต่พออยู่ด้วยกันนานๆเข้าก็เกิดความรู้สึกผูกพันกัน จนกลายมาเป็นคู่รักกัน>/////< #มโนเอง เวิ่นซะเยอะกลับมาที่เนื้อเรื่อง ชอบโมเมนต์เวลาที่พี่ไฟแอบหยอดน้อง โดยที่นางไม่รู้ตัว55555 #โถ่พ่อเทนชิ ถามจริงนี่พวกนางยังไม่ได้เป็นแฟนกันเหรอ ชั้นนึกว่าอยู่กินกันฉันสามีภรรยาละ5555 ขอบคุณที่แต่งให้อ่านมากนะคะ อ่านทีไรแล้วมีแรงฮึดในการทำสิ่งอื่นๆต่อ

#3 By Fame Fujoshi on 2015-03-21 15:51

จากคนที่ไม่น่าเข้ากันได้สุด ๆ กลายเป็นคนที่รู้ใจกันมากที่สุด
เราว่าไฟดำมีบรรยากาศแบบนี้ตลอด เลยรู้สึกว่าพอความสัมพันธ์ของแต่ละคนพัฒนาขึ้นเลยทำให้เราอินตามไปด้วย
อันที่จริงถ้าคิดแบบไม่เข้าข้างตัวเอง เราว่ามันก็จะเป็นพรหมลิขิตจริง ๆ นั่นแหละที่ทำให้สองคนนี้เจอกัน
และกลายเป้นเนื้อคู่ตามที่แม่หมอคนนั้นทัก big smile

#1 By Erakise (202.28.118.120|202.28.118.120) on 2015-03-17 14:21

จากคนที่ไม่น่าเข้ากันได้สุด ๆ กลายเป็นคนที่รู้ใจกันมากที่สุด
เราว่าไฟดำมีบรรยากาศแบบนี้ตลอด เลยรู้สึกว่าพอความสัมพันธ์ของแต่ละคนพัฒนาขึ้นเลยทำให้เราอินตามไปด้วย
อันที่จริงถ้าคิดแบบไม่เข้าข้างตัวเอง เราว่ามันก็จะเป็นพรหมลิขิตจริง ๆ นั่นแหละที่ทำให้สองคนนี้เจอกัน
และกลายเป้นเนื้อคู่ตามที่แม่หมอคนนั้นทัก big smile

#1 By Erakise (202.28.118.120|202.28.118.120) on 2015-03-17 14:21